"Narrative floor" ผลงานระหว่างติดตั้งหนึ่งในสามชิ้นในนิทรรศการเดี่ยว "Being.....at homE" ที่จะเปิดแสดงที่ osage kwun tong (Hong Kong) ในวันที่ 21 ส.ค.- 21 ต.ค.2552 ...ผลงานประกอบด้วย wooden module จำนวน 25 ชิ้น (ขนาดแต่ละmodule: 120x120x10 cm) บนพื้นไม้เจาะคว้านเป็นรูปหยดน้ำแล้วติดภาพถ่าย+เรซินที่มีผิวนูนใส...คนดู ถอดรองเท้าเดิน(ดู)บนผลงาน....
10.10.2009
Nipan Oranniwesna - "Narrative Floor"
"Narrative floor" ผลงานระหว่างติดตั้งหนึ่งในสามชิ้นในนิทรรศการเดี่ยว "Being.....at homE" ที่จะเปิดแสดงที่ osage kwun tong (Hong Kong) ในวันที่ 21 ส.ค.- 21 ต.ค.2552 ...ผลงานประกอบด้วย wooden module จำนวน 25 ชิ้น (ขนาดแต่ละmodule: 120x120x10 cm) บนพื้นไม้เจาะคว้านเป็นรูปหยดน้ำแล้วติดภาพถ่าย+เรซินที่มีผิวนูนใส...คนดู ถอดรองเท้าเดิน(ดู)บนผลงาน....
10.03.2009
I am a Thai Graphic Designer
หลายคนคงตั้งคำถามว่าการที่คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกต่อสังคมว่า พวกเขาเป็นใครนั้น…พวกเขาทำไปเพื่ออะไร แล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไม ทั้งทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาชีพนี้อยู่ในสังคม…โครงการนี้เริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนกันในวงแคบๆแสดงสถานะบางอย่างออกไปบนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ด้วยมุมมองเล็กๆ ที่เกิดมาจากการประกอบวิชาชีพและแวดวงการเรียนการสอน เรามองร่วมกันว่า นอกเหนือจากบทบาทที่ให้บริการงานออกแบบเพื่อเลี้ยงชีพอยู่นั้น ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในสังคมที่นักออกแบบกราฟิกสามารถมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นๆ ได้อีก… บ่อยครั้งที่เรารับหน้าที่เป็นผู้คอยรับใช้ในการนำเสนอข้อสรุปจากนโยบายบริหาร จนทำให้เรายึดถือเป็นสถานะที่แท้จริงของเรา แล้วก็บ่อยครั้งที่เราพบว่าเรามักจะถูก จำกัดคุณภาพของผลงานจากข้อสรุปหรือพวกเราเรียกมันให้ดูดีว่า ‘โจทย์’ จึงทำให้หลายครั้งที่เราคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าเรามีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ‘โจทย์’นั้นๆ… ดังนั้นการชูป้ายของเราในกลุ่มเล็กๆผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นเพียงแค่การแสดงออก ไปว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ
‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ” โดยคาดหวังการตอบสนองเพียงแค่ให้คนที่เห็นสามารถรับรู้ถึงการดำรงอยู่และมีท่าทีกับมัน ดังนั้นท่าทีของแต่ละคนที่พบเห็นการแสดงออกของพวกเราย่อมแตกต่างระดับกัน ตั้งแต่การมองผ่านเลย การมองเป็นเรื่องสนุกขำขันการตั้งคำถาม และการให้ร่วมมือ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพบเห็นการแสดงออกเหล่านี้ในเบื้องต้นผ่านคนไม่กี่คน ย่อมมีความแตกต่างทั้งเนื้อหาและพลังในการสื่อสารเมื่อเทียบกับความร่วมมือจำนวนมากผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา…
ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีมากกว่า 1,000 ผลงาน ท่าทีต่างๆ ที่ตอบสนองเข้ามานั้นหลากหลายมากจน “เรา” ในฐานะกลุ่มคนเริ่มต้นก็ไม่สามารถตอบแทนทุกๆ คนได้ว่าแต่ละคนต้องการนำเสนออะไร เรารู้แต่เพียงว่าการเข้าร่วมที่มากขึ้นเรื่อยๆ นั้น
ทำให้ความหมายนั้นกว้างและคลุมเครือตามไปด้วย กิจกรรมนี้กำลังเติบโตด้วยตัวมันเองและมีพลังอย่างมากในการสื่อสารที่เป็นปัจเจกภายใต้เงื่อนไขร่วมกัน ถ้าลองวิเคราะห์ผลงานทั้งหมดเราอาจจะพบเนื้อหาที่หลากหลาย เช่น การแสดงตัวตนอย่างเข้มแข็งถึงความเป็นนักออกแบบ, การนำเสนอเอกลักษณ์ของกราฟิกแบบไทยและแบบไทยๆ,การนำเสนอปัญหาหรือข้ออึดอัดในการเป็นนักออกแบบกราฟิก, การแสดงจุดยืนในการเป็นนักออกแบบ, การแสดงความสัมพันธ์กับนักออกแบบหรืองานออกแบบ,การแสดงความฝันหรือ จุดมุ่งหมายที่จะประกอบอาชีพ, การแสดงบุคลิกเฉพาะ,การมุ่งเสนอคุณภาพความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์และทักษะการออกแบบ,การแสดงบทบาทผู้ชื่นชมหรือสนับสนุน, การร่วมสนุก ฯลฯ การแสดงออกที่หลากหลายเหล่านี้ จะปรากฏสู่สาธารณะอีกครั้งในรูปแบบ นิทรรศการและเป็นพื้นที่สาธารณะจริงๆ
พื้นที่ในศูนย์การค้าใจกลางเมืองจะมี นักออกแบบกราฟิกพันคนมารวมตัวกันเพื่อนำเสนอว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ” ซึ่งเนื้อหาและวิธีการของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป และเมื่อ “สังคม” (รวมนักออกแบบกราฟิกกันเองด้วย)ได้รับรู้แล้วว่า “ ‘เราคือใคร’ ‘เราทำอาชีพอะไร’ และ ‘เรามีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่เราทำ’ ”
จากนั้น ‘สังคม’ จะมีท่าทีอย่างไรกับนักออกแบบกราฟิกและงานออกแบบกราฟิก…เพราะในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม วิชาชีพนี้ทำได้ตั้งแต่ร่วมคิดนโยบายจนถึงการรับใช้ข้อสรุปของนโยบายนั้น ขึ้นอยู่กับว่า… “สังคมเห็นคุณค่าและศักยภาพหรือไม่?”ถ้าคำตอบคือ “เห็น” ก็จะถามต่อว่า… “สังคมใช้ประโยชน์จากศักยภาพนั้นได้คุ้ม(คุณ)ค่าหรือไม่”
… จากนั้น…คงเป็นเรื่องของเราทุกคน.
In spite of actually knowing what the profession is, someone wonders when a group of people tell the society who they are, for what they do and why they say. This project originally started in an office by communicating within a small group through online public space. As a viewpoint of work and education, we believe there are some spaces where graphic designers can be a part, share their ideas as well as show their ability of art. According to our responsibility for presenting the conclusion of administrative policy, it finally becomes our job status. Therefore, it is often found that our work quality has been limited by the summary or that we call “question.” We think then how good it is, if we have an opportunity to express our opinion to that one. As the result, it is just the way we do through the cyber world in order to show “who I am, what I do and how I appear at it.” We only expected somebody see and feel it, but anyway each person will certainly have different appearance: someone does not be interested in it; someone thinks it is funny; someone looks it with questions; or someone would like to be a part of the project. Definitely, it cannot be denied that the initial manner of people’s expression was not the same both in details and communications, while we compared to loads of interest in the following months.
More of 1,000 pieces of work are so various that the content of project is expanded but unclear. That is as same as the current status of graphic designers then. When we analyzed all works, the variety of contents would be found such as the identity of typical Thai graphic, the self of graphic designers, the problems of being them, their positions, their relation to the others and works, their dreams and objectives, the specific characters, their creation and skills, playing the roles as admirers or supporters, and so on. All pieces of works will be exhibited in the downtown department store on the theme “who I am, what I do and how I appear at it” with the various contents and methods of each person. When “the society” (including graphic designers) knows “who we are, what we do and how we appear at the way we do,” it depends on how “it” reflects the view on the profession and works. As a part of the society, we can form a concept and comply with it. That subjects to how the society views whether value and ability of Thai graphic designers are good enough. If “yes,” the next question will be “ the ability is valuable used, isn’t it?”
– further, it depends on all of us……
9.05.2009
9.04.2009
THE MAKING OF THE NEW SILK ROADS
space design by Supersudaca
installation exhibition by supernormal
8.12.2009
Super Handler

“Art Handler”
คือคำตอบของพวกเขาเมื่อถู
พวกเขาอาจกลายเป็นช่
ในขณะที่พวกเขามีโอกาสโด่
“นักศึกษาศิลปะในเมื
“วงการศิลปะต้องการมากกว่
เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ
“ถ้าเป็นศิลปินแนวศิลปะร่
แพงกว่าแบล็กเบอรี่ แพงกว่ารถ แพงกว่าบ้าน แพงกว่าโบนัส แพงอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นเรื่องของคุณค่าทางจิ
“อย่างการติดตั้งงานครั้
“ความสามารถทางศิ
พีม, เบน, น้ำ, ปูน,บอย ใช้ชุดความคิดนี้มาตลอด 3 ปีตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม Supernormal จากเพื่อนร่วมภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ กลายเป็นเพื่อนร่วมบริษัท Supernormal Studio Co., LTD และรับติดตั้งงานนิทรรศการศิ
“คณะของเราไม่ได้แยกเป็
“อย่างที่รู้ว่างานศิ
“ก็อยู่ได้นะ เพราะพวกเราทำงานหลากหลาย แต่รับงานศิลปะเป็นหลัก บางเดือนงานเยอะมาก เพราะตอนนี้ความเข้าใจในศิ
ปิดทองหลังพระ คำนี้ก็น่าจะใช้อธิบายคุณลั
“พวกเราทำงานอยู่เบื้
บทความจาก
Mars magazine ฉบับที่ ประจำเดือน กรกฎาคม คอลัมน์ S People SIZE S ชื่อเรื่อง Super Handler
เรื่อง นันทรัตน์ สันติฯ ภาพ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์
7.16.2009
5.14.2009
Take Turn กาลกลับ
ประทีป สุธาทองไทย เป็นศิลปินรุ่นใหม่ ที่มีเอกลักษณ์ในการสะท้อนวิธีคิด ผ่านการนำเสนอภาพลักษณ์และการรับรู้ในสิ่งที่เห็น ภายใต้กระบวนการการถ่ายภาพ การร้อยเรียง และนำเสนอเป็นมุมมองที่แตกต่าง จากการสร้างผลงานผ่าน “ฟิล์ม” ซึ่งถือเป็น หลักฐาน หรือ ต้นฉบับ ของการบันทึกสิ่งที่มีอยู่จริง โดย ศิลปินต้องการเสนอภาพ ที่มิได้มีการตกแต่งใดๆเพิ่มเติม หลายครั้งการบันทึก เรื่องราว ผ่านการถ่ายภาพ ถูกนำเสนอมาในรูปแบบที่ชัดเจน และเหมือนจริง แต่ศิลปินอยากจะเก็บสิ่งนั้นมาเล่าใหม่ เค้าจึงตั้งใจประดิษฐ์ประดอยมุมความคิดของตัวเอง ในแบบที่ซับซ้อน โดยการทดลองและค้นหาสิ่งที่มากกว่าสิ่งที่เห็น จากความเป็นมาที่ว่า "ผมหมุนไปรอบตัวเอง เดินขึ้น เดินลง และเดินไปรอบพื้นที่เดิมๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อมองหาอีกพื้นที่หนึ่งที่ซ้อนอยู่" ประทีป สร้างสรรค์งานชุดใหม่ล่าสุด ด้วยผลงานการถ่ายภาพ ในลักษณะเฉพาะตัวอีกครั้ง โดยต่อยอดมุมมอง และเทคนิค จากงานภาพถ่ายของเค้าในครั้งก่อนๆ ซึ่งแต่ละภาพจะประกอบไปด้วย ฟิล์มต้นฉบับขนาดใหญ่ หลายสิบม้วนประกอบกัน โดยจัดแสดงบนกล่องไฟ เช่น ภาพสะพาน วัด และ อัฒจันทร์ในร่ม เป็นต้น
นิทรรศการจัดแสดง ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม - 28 มิถุนายน 2552 ทุกวันพฤหัสบดี- อาทิตย์ เวลา 11.00 น - 19.00 น.
4.30.2009
Art and Cultural Festival "Bangkok...bananas!!"
11.25.2008
11.08.2008
7.24.2008
More to Love: The Art of Living Together
ใจเขาใจเรา: ศิลปะเเห่งการอยู่ร่วมกัน เทศกาลศิลปะร่วมสมัย เพื่อสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกับผู้มีเชื้อเอชไอวี More to Love: The Art of Living Together A Contemporary Art Event to Fight Stigma around HIV นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2551 / Exhibition Period: 24 July - 15 August 2008 หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /The Art Center Chulalongkorn University หอศิลป์ตาดู /Tadu Contemporary Art PSG Art Gallery มหาวิทยาลัยศิลปากร/ PSG Art Gallery, Silpakorn University อุทยานการเรียนรู้ TK park, TK park (Thailand Knowledge Park) www.artaidsfund.org / 089 000 3738 ใจเขาใจเรา ศิลปะเเห่งการอยู่การอยู่ร่วมกัน 20 ศิลปิน อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ อริญชย์ รุ่งแจ้ง, อีริค ไวส์, เจอรัลด์ เเวน เดอร์ เเค็พ,กมล เผ่าสวัสดิ์, กฤช งามสม,ลีโอ โคเปอร์ส, มานิต ศรีวานิชภูมิ, นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์, นัทส์ โซไซตี้และแพรคทิเคล สตูดิโอ, อ๊อตโต้ เบอร์เช็ม, ปฏิรูป ฉายชูเกียรติ, พรประเสริฐ ยามาซากิ,ปรัชญา พิณทอง, ประทีป สุธาทองไทย, โนรี ธรรมรักษ์, สุธี คุณาวิชยานนท์, ทินทิน คูเปอร์, เตยงาม คุปตะบุตร, ท็อป จ่างตระกูล ภัณฑารักษ์ ฉัตรติยา นิตย์ผลประเสริฐ More to Love: The Art of Living together 20 Participating Artists: Amrit Chusuwan, Arin Rungjang, Erich Weiss (Belgium), Gerald Van Der Kaap (Netherlands), Kamol Phaosavasdi, Krit Ngamsom, Leo Copers (Belgium), Manit Sriwanichpoom, Nipan Oranniwesna, Nuts Society & Practical Studio, Otto Berchem (USA/Netherlands), Patiroop Chychookiat, Pornprasert Yamazaki, Pratchaya Phinthong, Prateep Suthathongthai, Noree Thammarak, Sutee Kunavichayanont, Tintin Cooper, Toeingam Guptabutra, Top Changtrakul Curated by Chattiya Nitpolprasert
























